อากาศมันร้อน! อาจทำให้ “Wine Cooked” โดยไม่รู้ตัว!

ขณะที่คนรักไวน์หลายคนกำลังสนุกกับการค้นหาไวน์ขวดโปรด พิถีพิถันในการเลือก ตามอ่านรีวิวทุกแพลตฟอร์มก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อตั้งใจเก็บไว้เปิดในโอกาสพิเศษ แต่พอถึงเวลาเปิดดื่ม กลับได้กลิ่นแปลกๆ รสชาติเพี้ยนๆ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ไวน์รสชาติต่างไปจากเดิม อาจมาจากวิธีเก็บไวน์ในอากาศร้อนและชื้น ที่ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ “Wine Cooked” จนไวน์เสียคุณภาพถาวร 

ทำไมคนรักไวน์/นักสะสมไวน์ต้องระวัง Wine Cooked ช่วงหน้าร้อน? 

Wine Cooked คือภาวะที่ไวน์เสียหายจากความร้อนทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เปิดขวดเลยก็ตาม หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ไวน์ถูก “ต้ม” หรือ “อบ” ผ่านความร้อนจนกลิ่นและรสชาติเปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งอุณหภูมิเก็บไวน์ที่สูงเกินไปอาจเกิดปฏิกิริยาเคมีภายในขวด เป็นผลให้กลิ่นและรสเปลี่ยนแปลงไปอย่างเงียบๆ และถาวรโดยที่เราไม่รู้ตัว

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิด Wine Cooked มี 2 อย่างคือ “ความร้อน” และ “แสง UV” โดยความร้อนเป็นตัวการที่อันตรายกว่ามาก เพราะอุณหภูมิเพียง 21 องศาเซลเซียส (70°F) ที่คงอยู่นานแค่ชั่วโมงเดียว ก็เริ่มส่งผลเสียต่อไวน์ได้แล้ว ต่างจากแสง UV ที่ต้องใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะทำให้ไวน์เสียหายในระดับเดียวกัน แต่ Wine Cooked นั้นจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อเปิดขวดออกมาแล้วเท่านั้น และปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้นถ้านักสะสมไวน์ให้ความสำคัญกับวิธีเก็บไวน์อย่างจริงจังตั้งแต่เนิ่นๆ

ดูสัญญาณที่บอกว่า Wine Cooked ดังนี้:

– กลิ่มคล้ายน้ำส้มสายชู หรือมีกลิ่นอับที่ผิดปกติ

– กลิ่นผลไม้สุกงอมเกินไป คล้ายแยมหรือผลไม้หมักที่เข้มข้นผิดธรรมชาติ

– รสชาติหวานแบน ขาดความสดและสมดุลอย่างที่ไวน์ควรจะมี

– ความฝาดหายไป ทั้งที่ไวน์นั้นควรจะมีองค์ประกอบรสชาติที่ดี

อุณหภูมิเก็บไวน์ไม่คงที่ อาจทำให้ไวน์เสียรสชาติ

รู้ไหมว่าไวน์ไม่ได้กลัวแค่ความร้อน แต่ยังกลัวการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่ขึ้นๆ ลงๆ อย่างรวดเร็วด้วย เช่น ประเทศไทยกลางวันร้อน 35-39 องศา กลางคืนเย็นลงเหลือ 25-28 องศา อุณหภูมิแบบนี้ทำให้ของเหลวในขวดขยายตัวและหดตัวซ้ำๆ ส่งผลให้จุกไม้ก๊อกเสื่อมสภาพง่าย อากาศภายนอกรั่วเข้าไปในขวด และอาจทำให้ไวน์สัมผัสกับออกซิเจนมากเกินไปจนเสียคุณภาพได้เร็วขึ้น

สำหรับอุณหภูมิเก็บไวน์ที่เหมาะสมนั้น ควรเก็บไว้ในช่วง 10–14 องศา และอุณหภูมินี้จะต้องคงที่สม่ำเสมอตลอดเวลา เพราะความคงที่ของอุณหภูมินี้คือปัจจัยสำคัญที่สุดของการเก็บไวน์ โดยเฉพาะสำหรับวิธีเก็บไวน์ที่ยังไม่เปิด เพื่อรอบ่มให้ไวน์ได้รสชาติที่ดีที่สุดก่อนเปิดดื่ม และนอกจากอุณหภูมิแล้ว ระดับความชื้นก็เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กัน วิธีเก็บไวน์ที่ดีควรมีความชื้นอยู่ที่ประมาณ 50–70% เพื่อให้จุกไม้ก๊อกคงสภาพดี ไม่แห้งแตกจนอากาศรั่วเข้าขวด ซึ่งห้องแอร์ทั่วไปมักมีอากาศแห้งเกินไป และมักไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาระดับความชื้นที่เหมาะสมกับการเก็บไวน์

ซึ่งการจะรักษาไวน์ให้คงรสชาติและสภาพดีได้นั้น ควรเลือกเก็บไวน์ไว้ในห้องที่ได้มาตรฐานทั้งเรื่องอุณหภูมิและความปลอดภัย อย่าง “ห้องเก็บไวน์ให้เช่า” ที่สามารถดูอุณหภูมิและความชื้นได้แบบ Real-time ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็เข้าเช็กสถานะห้องเก็บไวน์ผ่านสมาร์ทโฟนได้ทุกเวลา

หน้าร้อนแต่ไวน์ยังคงรสชาติดี ด้วยบริการห้องเก็บไวน์ให้เช่า จาก LEO Self Storage

สำหรับนักสะสมไวน์ที่ต้องการอุณหภูมิเก็บไวน์ที่คงที่สม่ำเสมอท่ามกลางอากาศร้อนของเมืองไทย การเลือกใช้ห้องเก็บไวน์ที่มีมาตรฐานในการเก็บรักษา ถือเป็นคำตอบที่ตอบโจทย์ให้ไม่เกิด Wine Cooked ก่อนเปิดขวดได้

ห้องเก็บไวน์ให้เช่า จาก LEO Self Storage ถูกออกแบบมาเพื่อการเก็บรักษาไวน์โดยเฉพาะ ด้วยการควบคุมอุณหภูมิตลอด 24 ชั่วโมง ที่ 15–17 องศาเซลเซียส และควบคุมระดับความชื้นที่ 60–70% เพื่อเก็บรักษาไวน์ให้คงรสชาติดีที่สุด มาพร้อมห้องเก็บไวน์ให้เช่าหลายขนาดที่สามารถจุได้ตั้งแต่ 80 ขวด ไปจนถึง 1,000 ขวด และเข้า-ออกห้องเก็บไวน์สะดวกสบายได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านระบบ Pin Code และ Mobile Application พร้อมระบบความปลอดภัยขั้นสูง ทั้งกล้องวงจรปิด และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหากสนใจ LEO Wine Storage บริการห้องเก็บไวน์ให้เช่าจาก LEO Self Storage สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://leoselfstorage.com

Leave a Comment